จิตวิทยาการลงทุน กับมุมมองที่แตกต่าง

การเผชิญหน้ากับความเสี่ยงนั้นดูจะเป็นเรื่องที่มากกว่าคณิตศาสตร์อย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะในที่สุดแล้ว ผมคิดว่ามันอาจหยั่งรากลึกลงไปถึงปรัชญาการดำเนินชีวิตของเราก็ได้ หากจะว่ากันตามตรงแล้ว คนเราส่วนใหญ่มักมีทัศนคติที่แตกต่างกันในการเผชิญหน้าความเสี่ยงอยู่ใน 2 รูปแบบใหญ่ๆนั่นก็คือ

1. พวกหลีกเลี่ยงความเสี่ยง (Risk Avoider) คนพวกนี้โดยทั่วไปแล้วมักที่จะพยายามไม่เสี่ยงหรือเสี่ยงให้น้อยครั้งที่สุดจนกว่าที่จะเจอโอกาสที่ให้ผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (Pay-off) ที่สูงมากๆจนเขาคิดว่าคุ้มและชัวร์สุดๆจึงลงมือวางเดิมพันลงไป ดังนั้นแล้วการวางเงินลงไปในแต่ละครั้งของพวกเขาย่อมต้องการผลลัพท์ที่ดีที่สุดตามที่ตรรกและเหตุผลของเขาจะคาดคะเนมันออกมาได้

2. พวกยินดีที่จะเผชิญต่อความเสี่ยง (Risk Taker) คนพวกนี้จะแตกต่างกับพวกแรกอย่างสิ้นเชิง นั่นคือพวกเขาพร้อมและยินดีที่จะเผชิญหน้าต่อความเสี่ยงอยู่เสมอ คนพวกนี้จะคอยมองหาโอกาสใหม่ๆเพื่อเดิมพันอยู่ตลอดเวลาโดยมีข้อแม้ว่า ขอให้การเดิมพันเหล่านั้นมีกำไรคาดหวังที่เป็นบวกในระยะยาว (Positive Edge) นอกจากนี้แล้ว พวกเขายังไม่สนใจผลลัพท์ของการเดิมพันในแต่ละครั้งเท่าไหร่ สิ่งที่เขาสนใจคือผลลัพท์ในระยะยาวเป็น 100 เป็น 1,000 ครั้ง เนื่องจากเขาเชื่อว่ายิ่งเขาเสี่ยงบ่อยครั้งขึ้นเท่าไหร่ พวกมันจะพาไปสู่ผลตอบแทนคาดหวังหรือ Expected Outcome ที่เป็นบวกนั่นเอง คนจำพวกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นนักพนันมืออาชีพแทบทั้งสิ้น

ส่วนตัวผมเองแล้วคิดว่าแนวคิดทัศนคิตทั้ง 2 รูปแบบนี้ไม่ใช่สิ่งที่จะมาฟันธงได้ว่าถูกหรือผิด ทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีบริบทที่เหมาะสมตามความจำเป็นของมัน อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่าพวกเราแต่ละคนก็ได้เติบโตมาโดยฝังรากกับแนวคิดใดคิดหนึ่งเอาไว้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะอย่างที่บอกว่ามันคือปรัชญาของการดำเนินชีวิต หรือมันอาจฝังรากลึกลงไปจนกระทั่งถึงยีนส์ของพวกเราก็เป็นไปได้

ทัศนคติการเผชิญหน้าต่อความเสี่ยงของ System Trader
เมื่อจะพูดถึงการปฏิบัติตามระบบการลงทุนนั้น ผมคิดว่าประเด็นที่ปัญหาสำคัญของคนส่วนใหญ่ก็คือ …

การลงทุนอย่างเป็น “ระบบ” นั้นต้องการทัศนคติการมองโลกในรูปแบบที่ 2 เป็นสำคัญ (บางคนอาจเรียกว่า Risk Taker Mindset หรือ Probability Mindset ก็แล้วแต่) การทำตามระบบให้ได้หรือแม้แต่การเผชิญหน้ากับความเสี่ยงอยู่เสมอจึงเป็นเรื่องที่ยากมากๆกับคนส่วนใหญ่ เพราะพวกเรามักถูกสอนและเรียนรู้มาตั้งแต่เด็กในมุมคิดของคนจำพวกแรก หรือ Risk Overioder นั่นเอง (เช่นการวัดผลการเรียนด้วยการสอบเพื่อทำคะแนนข้อสอบให้ถูกต้องมากที่สุด หรือการโดนตัดคะแนนลบไปเรื่อยๆเมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้น)

นี่เองเป็นเหตุผลที่ทำให้หลายๆคนไม่สามารถที่จะเข้าซื้อ-ขายหุ้นเมื่อมีสัญญาณเกิดขึ้นได้อย่างสม่ำเสมอ เนื่องจากความเคยชินของเรากำลังส่งสัญญาณเตือนให้เรามองหาโอกาสที่ชัวร์และคุ้มที่สุดอยู่นั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว มันยังคอยทำให้เราพะวงต่อผลลัพท์ของการตัดสินใจในแต่ละครั้งของเราอย่างมากอีกด้วย … แต่นี่กลับถือเป็นกับดักและจุดตายสำหรับการใช้ “ระบบการลงทุน” เลยก็ว่าได้

จากประสบการณ์ของผมแล้ว มีคนจำนวนเพียงน้อยนิดเท่านั้นที่ถูกฝึกฝนหรือเติบโตมากับแนวคิดในแบบที่ 2 ซึ่งต้องพึ่งพามุมมองในเชิงของสถิติศาสตร์, ความน่าจะเป็น และกำไรคาดหวังในระยะยาว (แน่นอนว่าผมเองก็ไม่ใช่คนจำพวกนี้มาตั้งแต่เกิด) อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่ต้องการจะลงทุนอย่างเป็นระบบแล้ว นี่เป็นแนวคิดหรือทัศนคติที่คุณจะต้องพยายามฝึกฝนหรือปรับเปลี่ยนมันให้ได้มากที่สุด

การลงทุนเป็น “ระบบ” คือการเล่นเพื่อกำไรคาดหวังในระยะยาว ตรรกของนักลงทุนที่เป็น System Trader จึงควรอยู่ในรูปแบบของความเป็นเหตุเป็นผลในเชิงสถิติและความน่าจะเป็น ไม่ใช่ตรรกของเหตุไปผลอย่างที่พวกเราเคยคุ้นชินกันมานั่นเอง ดังนั้นแล้ว หากในขณะนี้คุณกำลังรู้สึกว่าการทำตามระบบเป็นเรื่องที่ยากลำบากเหลือเกินนั้น ลองทบทวนความคิดของตัวเองดูนะครับว่า …

ความจริงแล้วระบบความคิดของเรามันเป็นไปในแนวทางเดียวกับกลไกของระบบการลงทุนหรือไม่? แท้จริงแล้วคุณเป็นคนจำพวกไหน? … คุณได้ลองเปลี่ยนมุมมองให้อยู่ในโลกของของความน่าจะเป็นบ้างหรือยัง และพยายามอย่างหนักแค่ไหน? … หรือว่าจริงๆแล้วเราอาจไม่ใช่สำหรับสิ่งที่เรียกว่าระบบการลงทุนก็เป็นได้ ของอย่างนี้ไม่ใช่สิ่งที่ถูกหรือผิดหรือน่าอาย ผมเชื่อว่าการยอมรับต่อความเป็นจริงในตัวเราให้ได้ คือก้าวแรกที่จะพัฒนาตนเองไปในวิถีทางที่เหมาะสมกับตัวเราอย่างแท้จริงครับ!

 

คาสิโนสล็อตออนไลน์