จับคาสุวรรณภูมิเจ้าพ่อยาบ้า เผยส่งยาเข้าไทยกว่า 5 ล.เม็ด

เมื่อวันที่ 19 ม.ค. พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบช.ปส. พร้อมด้วยพล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์รอง ผบช.ก. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจบช.ปส. ชุดสยบไพรี และตำรวจบก.ทท. สนธิกำลังกว่า 100 นาย เข้าร่วมปฎิบัติการ”ชัยยะสยบไพรี 60/1″ บุกเข้าจับกุมตัว นายไซซะนะ แก้วพิมพา อายุ 41 ปี สัญชาติสปป.ลาว ผู้ต้องหาตามหมายจับหมายจับศาลอาญาที่ 5/2560 ลงวันที่ 9 มกราคม 2560 ข้อหา “ร่วมกันนำยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) เข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” และยังเป็นผู้ค้ายาเสพติดเบอร์ 1 ในกลุ่มประเทศอาเซียนที่กำลังต้องการตัวมากที่สุดโดยจับกุมตัวได้ขณะกำลังเดินออกจากอาคารผู้โดยสารขาเข้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พร้อมควบคุมเพื่อน นายไซซะนะ ได้อีก 3 ราย เป็นชาย 1 ราย และหญิง 2 รายทั้งหมดสัญชาติ สปป.ลาว ไปสอบสวนต่อยังกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)

ทั้งนี้พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวว่า ผู้ค้ายาเสพติดรายนี้ถือว่าเป็นผู้ค้ารายใหญ่ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตามมากว่า 5 ปี แล้ว และไม่เคยมีประวัติการค้ายาแต่จากแนวทางการสืบสวนจาก บช.ปส. บช.ก. และตำรวจภูธรภาคต่าง ๆ ที่สามารถจับเครือข่ายของผู้ต้องหาเอาไว้ได้นั้น พบว่ามีความเชื่อมโยงกัน วันนี้ตนจึงเปิดปฎิบัติการชัยยะสยบไพรี 60/1 บุกเข้าจับกุมผู้ต้องหาพร้อมเตรียมยึดทรัพย์อีกจำนวนมากโดยคนเหล่านี้ได้ฆ่าลูกหลานของเรามากมายเหลือเกิน เป็นเวลากว่า 5 ปี ที่มีคนไทยเครือข่ายของนายไซซะนะ โดนจับไปแล้วประมาณ 50 คน และส่งยาเสพติด (ยาบ้า) เข้ามาในประเทศไทยกว่า 5 ล้านเม็ด

พล.ต.ท.สมหมาย กล่าวต่อว่า สำหรับผู้ต้องหารายนี้เป็นเครือข่ายเดียวกันกับนายอุสมานสะแลแมง ชาวไทยมุสลิม ซึ่งนักค้ายารายใหญ่ของสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายใหญ่อื่นๆ ทั้งในและนอกประเทศ โดยผู้ต้องหามีความสำคัญเลยระดับเล่าต๋าแสนลี่ ราชาค้ายาเสพติดรายใหญ่ เทียบเคียงเท่ากับเหว่ย เซียะ กัง นักค้ายาเสพติดระดับโลก โดยเชื่อว่าผู้ต้องหาน่าจะมีความรู้การศึกษาที่สูงเพราะมีวิธีการหลบหลีกหนีมาโดยตลอด ซึ่งไม่เคยมีใครถึงตัวเค้าได้เลย และมักจะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวพักอาศัยอยู่ในประเทศไทยแถบทางภาคอีสานโดยวันนี้ผู้ต้องหาพร้อมเพื่อนก็พึ่งเดินทางกลับหลังจากไปเที่ยวภูเก็ตมา ทางเจ้าหน้าที่ต้องเร่งตัดเส้นทางการลำเลียงของขบวนการนี้ให้ได้ อย่างไรก็ตามจะนำตัวผู้ต้องหาไปแถลงข่าวที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดหรือ ป.ป.ส. อีกครั้ง

ฝนถล่ม น้ำท่วมนราธิวาสอีกรอบ ยังไม่คลี่คลาย พื้นที่ 11 อำเภออ่วม

น้ำท่วมพื้นที่ จ.นราธิวาส ยังไม่คลี่คลาย โดยยังคงมีฝนตกทั่วไป ทำให้มีน้ำท่วมในพื้นที่ 11 อำเภอ ประชาชนเดือดร้อนกว่า 27,000 ครอบครัวเมื่อวันที่ 21 ม.ค. มีรายงานสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.นราธิวาส โดยทั่วไปยังคงมีฝนตกในทั้ง 13 อำเภอ แต่สภาพเบาบางลง ส่งผลทำให้แม่น้ำสายหลัก 3 สาย คือ

แม่น้ำโก-ลก แม่น้ำบางนรา และแม่น้ำสายบุรี ล้นตลิ่งไหลบ่าเข้าท่วมบ้านและพื้นที่เกษตร รวมถึงโรงเรียนต่างๆ ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำและพื้นที่ราบลุ่ม ซึ่งมีแนวโน้มท่วมสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะที่ อ.สุไหงโก-ลก บ้านในพื้นที่ราบลุ่มริมตลิ่งถูกน้ำท่วมขังสูงเฉลี่ย 1 เมตร ทำให้ประชาชนในพื้นที่ 9 ชุมชนเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลกถือเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซากทั้งนี้ ล่าสุดที่ จ.นราธิวาส

สรุปสถานการณ์อุทกภัยตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดสภาวะน้ำท่วมขังพื้นที่ 11 อำเภอ 50 ตำบล 315 หมู่บ้าน 2 เขตเทศบาล 42 ชุมชนประชาชนได้รับความเดือดร้อน 27,547 ครัวเรือน รวม 100,866 คน โรงเรียนถูกน้ำท่วม 32 แห่ง บ้านเสียหายบางส่วน 2 หลัง ถนนสายหลักและสายรองถูกน้ำท่วม 16 สาย พื้นที่การเกษตรเสียหาย 1,543 ไร่

รับทรัพย์ทั่วหน้า คนสมุทรปราการเฮง ถูกรางวัลที่ 1 ถึง 3 คน

ถูกรางวัลที่ 1 กันทั่วหน้า ล่าสุดที่สมุทรปราการ มีคนดวงเฮงถึง 3 คน เป็นสาวเจ้าของร้านเสริมสวย ข้าราชการหนุ่ม และเจ้าหน้าที่เทศบาลเมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 17 ม.ค.60 น.ส.ตองอ่อน โภคสาร อายุ 41 ปี ชาว จ.กาฬสินธุ์ ได้ นำลอตเตอรี่ หมายเลข 145157 จำนวน 1 คู่ ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 ประจำงวดวันที่ 17 ม.ค.60 เป็นเงิน 6 ล้านบาท เดินทางมาขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน กับ พ.ต.ต.ประสิทธิ์ เมฆษา สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรปราการ

โดย น.ส.ตองอ่อน กล่าวด้วยนำเสียงดีใจว่า ตนประกอบอาชีพเปิดร้านเสริมสวย อยู่ย่านซอยศรีสมิตร ต.เทพารักษ์ อ.เมืองสมุทรปราการ โดยลอตเตอรี่ใบดังกล่าว ตนซื้อกับแม่ค้าภายในซอย ซึ่งซื้อประจำอยู่แล้ว ก่อนซื้อก็ไม่ได้ฝันอะไร จนนำลอตเตอรี่มาตรวจรางวัลเลขท้าย 3 ตัว แต่ไม่ถูก จึงเลื่อนไปตรวจรางวัลที่ 1 เมื่อรู้ว่าถูกรางวัล ถึงกับเข่าอ่อน รีบโทรบอกพี่สาว ส่วนเงินที่ได้จะนำไปใช้หนี้ และเก็บไว้ใช้ในอนาคต ขณะที่อาชีพเสริมสวย ก็จะทำต่อไป

นอกจากนี้ ยังทราบจาก พ.ต.ต.ประสิทธิ์ ว่า เมื่อช่วงเวลา 18.00 ยังมีผู้โชคดีถูกรางวัลที่ 1 อีก 2 คน นำลอตเตอรี่มาลงบันทึกประจำวันไว้ก่อนจะเดินทางกลับ รายแรกคือ นายปฎิพัทธ์ โกศลวุฒิ อายุ 33 ปี ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมาทำงานเป็น ข้าราชการสังกัดกรมธนารักษ์ จ.สมุทรปราการ ซึ่งนายปฏิพัทธ์ กล่าวสั้นๆว่า ซื้อมาจากร้านประจำ ย่านตลาดหนามแดง เมื่อซื้อแล้ว ตนก็ยังไม่ได้รับลอตเตอรี่ กระทั่งเพื่อนโทรมาบอกว่า ลอตเตอรี่ที่ซื้อถูกรางวัลที่ 1 จึงได้เดินทางไปรับสลาก และมาขอลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยเงินรางวัลที่ได้มาจะขอนำไปชำระหนี้ทั้งหมดก่อน

อีกรายคือ น.ส.ธัญญารัตน์ ไกรอนันต์ธนกุล 34 ปี เจ้าหน้าที่ของเทศบาลเมืองปู่เจ้าสมิงพราย เปิดเผยว่า ปกติตนจะซื้อลอตเตอรี่เป็นประจำอยู่แล้ว เงินรางวัลที่ได้ทั้งหมดจะนำไปใช้หนี้ส่วนตัวและหนี้สินของพ่อแม่ และเงินเก็บไว้เป็นทุนการศึกษาของบุตร

‘เซลบี-ฮอว์กินส์’ ลิ่วรอบ8คนมาสเตอร์ส

การแข่งขันสนุกเกอร์ ดาฟาเบท มาสเตอร์ส 2017 1 ใน 3 รายการใหญ่ประจำปี ชิงเงินรางวัลรวม 6 แสนปอนด์ (ราว 27 ล้านบาท) ที่อเล็กซานดรา พาเลซ ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เมื่อวันพุธที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา ยังเป็นการแข่งขันในรอบ 16 คนสุดท้าย ใช้ระบบชนะ 6 ใน 11 เฟรม มาร์ค เซลบี นักสอยคิวชาวอังกฤษ มือ 1 ของโลก แชมป์โลกคนล่าสุด และเป็นแชมป์เก่ารายการนี้ 3 สมัย

พบกับ มาร์ค วิลเลียมส์ อดีตแชมป์โลกจากเวลส์ ผลปรากฏว่าทั้งคู่สู้กันอย่างสูสีจนต้องตัดสินกันที่เฟรมสุดท้าย โดย วิลเลียมส์ ได้โอกาสเข้าเบรคก่อน แต่โชคร้ายตบน้ำเงินหลุมยาวแล้วลูกไปสะดุดเศษชอล์กฝนหัวคิวฟัดจมูก ก่อนที่ เซลบี จะลุกขึ้นมาตบ 89 แต้มเอาชนะไปหวุดหวิด 6-5 เฟรม ผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายได้สำเร็จส่วนอีกคู่ในรอบ 16 คนสุดท้ายวันเดียวกัน แบร์รี ฮอวกิส์ นักสอยคิวชาวอังกฤษ

พบกับ ชอว์น เมอร์ฟี อดีตแชมปืโลกเพื่อนร่วมชาติ ผลปรากฏว่า ฮอว์กินส์ ซึ่งแพ้ รอนนี โอซุลลิแวน ขาดลอย 1-10 เฟรม ในรอบชิงชนะเลิศรายการนี้เมื่อปีที่แล้วนั้น โชว์ฟอร์มสุดยอด กวาด 5 เฟรมแรกขึ้นนำ 5-0 เฟรม ก่อนที่ เมอร์ฟี จะได้เฟรมที่ 6 ตีตื้นเป็น 1-5 เฟรม แต่ ฮอว์กินส์ เบรคอีก 50 แต้มในเฟรมที่ 7 และเอาชนะไปขาดลอย 6-1 เฟรม ผ่านเข้าไปพบกับ เซลบี ในรอบ 8 คนสุดท้ายต่อไป

อยู่คุกไม่เข็ด รวบมือขโมยกีตาร์ที่ขอนแก่น บอกทำเพราะหาเงินเที่ยว

จับได้แล้วมือขโมยกีตาร์ร้านดังกลางเมืองขอนแก่น หลังทิ้งกีตาร์ของกลางไว้ในห้องเช่าก่อนถูกแชร์ภาพผ่านโซเชียลแล้วหลบหนีไป รับสารภาพเคยทำมาหลายครั้งจนติดคุกมาแล้ว 3 ครั้ง บอกทำไปเพราะหาเงินเที่ยวเตร่เมื่อวันที่ 18 ม.ค.60 พ.ต.อ.นพดล เพ็ชรสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน

ได้จับกุมนายพงษ์เดช วิระกา อายุ 33 ปี หลังจากคนร้ายได้ก่อเหตุขโมยกีตาร์ไฟฟ้า ยี่ห้อ hofner สีดำ ราคา 24,000 บาท จากร้านมิวสิค อินสไปร์ โดยเจ้าของร้านได้เข้าแจ้งความและได้แชร์ภาพนิ่งและคลิปผ่านโซเชียลจนสามารถจับคนร้ายรายนี้ได้ และได้กีตาร์คืนแล้ว

นายพงษ์เดช รับสารภาพว่า ตกงานจึงหนีออกจากบ้านตระเวนลักทรัพย์ไปเรื่อย จนถูกจับติดคุกในพื้นที่ จ.มหาสารคาม มาแล้ว 3 ครั้ง จากนั้นก็เช่าห้องพักรายวันอยู่คนเดียวไปเรื่อยทั้งที่มหาสารคาม ขอนแก่น และอุดรธานี เมื่อสบโอกาสก็จะลงมือลักทรัพย์ นำไปขายและจำนำ เอาเงินมาใช้เที่ยวเตร่ไปวันๆ เงินหมดก็ทำใหม่

ทองราคาพุ่งรับตรุษจีน

นายพิชญา พิสุทธิกุลเลขาธิการสมาคมค้าทองคำเปิดเผยว่า สถานการณ์ทองคำทั้งในตลาดต่างประเทศและในประเทศ เริ่มกลับมาคึกคักอีกรอบ เนื่องจากใกล้ถึงเทศกาลตรุษจีน ทำให้ประชาชนที่มีเชื้อสายจีนนำเงินโบนัสจากปีก่อนมาซื้อขายเพื่อเป็นของขวัญแก่ญาติพี่น้องหรือซื้อเก็บไว้เอง ส่งผลให้หลายร้านเริ่มมียอดขายเพิ่มขึ้นหลังจากในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 59 ที่มียอดขายซบเซาดังนั้น คาดว่าในปีตรุษจีนนี้ราคาทองคำแท่งในประเทศน่าปรับขึ้นไปอยู่ระดับบาทละ 20,500 บาท เพิ่มขึ้นจากปัจจุบัน 400 บาท
สถานการณ์ราคาทองคำในภาพรวมในช่วงตรุษจีน คาดว่าจะมียอดขายมากกว่าปีก่อน 5% ส่วนหนึ่งมาจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้น ประกอบกับกำลังซื้อของประชาชนเพิ่มขึ้น และที่สำคัญนักลงทุนเริ่มทยอยเข้ามาเก็งกำไรกันมากขึ้น ส่วนปัจจัยในต่างประเทศที่ทำให้ราคาทองปรับตัวขึ้น เช่น อินเดียได้ประกาศลดภาษีนำเข้าทองคำลงเพื่อแก้ปัญหาการลักลอบนำเข้าทองปลอม รวมถึงความต้องการในประเทศจีนก็ยังมีสูงอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยดันราคาตลาดโลกให้ปรับตัวดีขึ้น

นอกจากนี้ยังต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพิ่มเวลาเข้ามาดูแลร้านทอง ให้บ่อยขึ้นเพื่อความสบายใจของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะร้านในภาคใต้ที่ประสบปัญหาน้ำท่วม อาจมีกลุ่มมิจฉาชีพหรือโจรฉวยโอกาสซ้ำเติม ด้วยการขโมยหรือปล้นร้านในภาวะที่ประชาชนและร้านค้ากำลังได้รับความเดือดร้อนจากความเสียหาย เพราะหลาย ๆ ร้าน ยังไม่มีกำลังในการจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หรือรปภ. เข้ามาช่วยเฝ้าร้าน โดยเฉพาะร้านเล็ก ๆ ที่อยู่นอกเมือง

ชี้สังคมต้องตั้งคำถามอัยการ ที่บกพร่องสั่งฟ้องคดี”ครูแพะ”

จากกรณีที่ นางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร อายุ 54 ปี อดีตครูที่ จ.สกลนคร ต้องโดนจำคุกในคดีขับรถโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ชีวิต เป็นเวลา 1 ปี 6 เดือน อย่างไรก็ดีเจ้าตัวได้ร้องเรียนจนมีการรื้อฟื้นคดีขึ้นมาใหม่ ก่อนพบว่าเป็นการจับผู้ต้องหาผิดตัว และมีการติดตามผู้ต้องหาตัวจริงมาได้ โดยศาลได้นัดสืบพยานอีกครั้งในวันที่ 16 มกราคมนี้นั้น

เมื่อวันที่ 13 ม.ค. เพจ “ทนายคู่ใจ” ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กกรณีดังกล่าวว่า คงเป็นการยากที่จะเอาผิดพนักงานสอบสวนคดีครูแพะทางอาญา เรื่องนี้ละเอียดอ่อนมากนะ เพราะเดี๋ยวต่อไปตำรวจมาอ้างกลัวถูกฟ้องกลับ ทีนี้ล่ะมันสั่งไม่ฟ้องเลย คดีไหนหลักฐานไม่ชัดแล้วผู้เสียหายจะซวย จากเดิมที่ก็ซวยอยู่แล้วเวลาไปตามสำนวนคดี ผมว่าสังคมต้องหันไปถามพนักงานอัยการที่มีคำสั่งฟ้องคดี ครูแพะด้วยแล้ว อัยการก็ทนายความของแผ่นดิน ทำไมไม่ตรวจสอบพยานหลักฐานให้ชัดเจนกว่านี้ก่อน หรือสักแต่ว่าทำตามหลักฐานตำรวจ ขอฟังความเห็นอัยการคนสั่งฟ้องคดีนี้มั่งได้ไหม ผมไม่ได้พูดเหมือนหาเรื่องอัยการนะแต่ อยากให้อัยการเป็นที่พึ่งของประชาชนในแง่การตรวจสอบการทำงานของตำรวจด้วย คดีครูแพะจุดบอดไม่ได้อยู่ที่ตำรวจคนเดียว อัยการที่สั่งฟ้องก็ต้องเรียกมาถามว่าจุดผิดพลาดของคดีนี้อยู่ตรงไหน เราอย่าสักแต่หาคนผิดเราต้องหาจุดผิดในระบบยุติธรรมของเราก่อน ขอฟังจากปากอัยการหน่อยเถอะครับ

ด้าน นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายเจ้าของเพจ”ทนายคู่ใจ”กล่าวกับ”เดลินิวส์ออนไลน์” ว่า ตนเองอยากให้สังคมหันไปถามอัยการคนสั่งฟ้องด้วยว่า ตอนนั้นเรื่องนี้แท้จริงตำรวจปั้นแต่งสำนวนหรือเปล่า เพราะถ้าอัยการมองหลักฐานอ่อนก็สั่งฟ้องไม่ได้ เราจะได้เรียนรู้จุดบกพร่องของคดีนี้จริงๆ เสียทีว่าใครร่วมบกพร่องในหน้าที่ตัวเองบ้าง ที่สำคัญถ้าเราหาคนผิดจะได้คนผิด แต่ถ้าเราหาจุดผิดเราจะได้วิธีแก้ไขด้วย ไม่มีใครอยากเห็นแพะอีกแล้ว

Honda เตรียมโชว์รถต้นแบบปัญญาประดิษฐ์ต้นปีหน้า

ฮอนด้าประกาศว่า “ระบบนิเวศการขับเคลื่อนอย่างมีส่วนร่วม” หรือ Cooperative Mobility Ecosystem จะเป็นธีมในงานแสดงสินค้าอิเลกทรอนิกหรือ Consumer Electronics Show ช่วงต้นปีหน้า

รถที่ฮอนด้าจะจัดแสดงในงาน CES ในนครลาสเวกัสก็คือ นูวี (NeuV) คันที่เห็นในภาพ ซึ่งเป็นรถพลังงานไฟฟ้าต้นแบบขับขี่อัตโนมัติที่แสดงแนวคิดการเดินทางขนส่งแห่งอนาคต มาพร้อมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งจะมีการตอบสนองและการปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์รูปแบบใหม่และสร้างมูลค่าใหม่ให้แก่ลูกค้าฮอนด้าระบุว่า จุดเด่นของนูวีคือการเป็น “ระบบขับเคลื่อนที่มีอารมณ์ความรู้สึก”

นั่นหมายความว่ารถต้นแบบรุ่นนี้จะมีมีการใช้งานเสมือนมนุษย์ ซึ่งจะมีการทำงานอย่างไร เราต้องติดตามกันต่อไปที่งานดังกล่าวแนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีแห่งอนาคตของฮอนด้ายังรวมถึงการลดความแออัดของการจราจร และการสร้างระบบเชื่อมต่อภายในรถยนต์รูปแบบใหม่ นอกจากนี้ ยังเตรียมจับมือกับบริษัทสตาร์ทอัพและแบรนด์อื่นเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การเดินทางที่เพลิดเพลินและให้ประโยชน์มากขึ้นกว่าเดิม

สำหรับการแถลงข่าวในงาน CES จะมีขึ้นในวันที่ 5 มกราคม ไฮไลท์อยู่ที่การขึ้นบรรยายของโยชิยูกิ มัตสึโมโตะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของฮอนด้า อาร์แอนด์ดี พร้อมกับจะเปิดตัวมอเตอร์ไซค์ต้นแบบที่จะแสดงถึงการใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์สำหรับการขับเคลื่อนของบริษัทฯ ด้วย

ที่มา : Autospinn.com